< ยามเย็น : Before the sunset >
< ความหมายที่เปลี่ยนไปของไฟแดง >
< เนื้อในของคำพูด : In your voice >
< ตามล่าหาความว่างเปล่า : Nothing can be found >
< งมเข็มในมหาสมุทร : Where `s the love ??? >
< อากาศอยู่รอบตัวเรา : Happiness is all around >
< เรามาคบกันไหม ??? : Be my beloved ??? >
< พิลาปรำพัน : Last for life >
< ผิดซ้ำๆ เจ็บช้ำๆ >
< ความผิด : What `s wrong ??? >
< ฉันเปลี่ยนไปแล้ว >
< ห้ามหัวใจ ... ยากแท้เกินห้าม >
< คืนหนึ่ง...ที่อีกฝั่งฟากแห่งโลก >
< เวลาเดินไป จิตใจเรานั้นเปลี่ยน >
< หากปล่อยให้เธอเดินผ่าน... >
< กาลครั้งหนึ่ง ... ความรัก >
< 20 days in USA >
< In Taipei >
< แถลงการณ์ปิดทำการไดอารี่ชั่วคราว >
< จุดเปลี่ยนแห่งชีวิต >
< ศิลปวิทยาการ >
< บทส่งท้ายแห่งความรัก >
< ลมหนาวสุดท้าย >
< Black Valentine >
< เหตุผลที่ทำให้ผมไม่อยากเป็นทันตแพทย์ >
< แปลก >
< แล้วเราก็กลับมาคบกันอีกครั้ง >
< เลิกกันเถอะที่รัก >
< บอกทีว่าฉันเป็นใคร >
< อารัมภบทแห่งกุมภาฯ >
< วันนี้แหละที่ควรจะเขียนไดอารี่ที่สุด >
< มิทันหวานก็พลันขม >
< ตัวเองรักเค้าหรือเปล่า ??? >
< รักเริ่มจากร้อย >
< MY BrOTHEr >
< สติ >
< แอบมอง >
< ความหมายของ 1 + 1 >
< เลือกที่จะรัก >

P' Blowy
J' Kong
P' Yok
J' Joy
J' Jick
P' Kung
N' Mum
P' Pim
P' Dao
P' Slim
P' Orr
Lazylady
Iampoo
Moonstone
P' Mam
Me n bicycle
Crazyon
J' Ann
Astia
P' Jigg
P' Meme'
P' Aims
Iodine
Nnet
P' Oil
Yesiam
P' Oat
World Immortal
P' Anni
P' Nick
Rainylime
JP
Waitingfor
Myday2007
Leaf mogince
P' Hongfa
P' Pomp
Nut
P' YingYing
Baguette
Dayalone
Deviant
Bossy
J' Ree
Picpic
Ranipim
K' Kee





< จุดเปลี่ยนแห่งชีวิต >


รอบกายของผมถูกห้อมล้อมไปด้วยของเหลวในทุกทิศทุกทาง
ซึ่งผมไม่สามารถที่จะระบุได้ว่ามันมีสีอะไรกันแน่
เนื่องจากแม้แต่การที่จะดึงเปลือกตาขึ้นมา
ต้านทานกับแรงกดจากของเหลวก็ยังทำได้ยากเลย
ทำให้ผมไม่แม้แต่จะรับรู้ว่ามันเป็นกลุ่มอนุภาคที่โปร่งใสหรือทึบแสงกัน

ผมไม่รู้ว่าผมกำลังหายใจอยู่หรือเปล่า
แต่ผมก็ไม่ได้ทุรนทุรายอะไรขณะที่ลอยตัวอยู่ท่ามกลางทะเลของเหลวนี้
ความรู้สึกรับรู้ตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวก็คือความเยือกเย็นที่แทรกซึมผ่านรูขุมขน
แตะเข้าปลายประสาททั่วทั้งร่างกายผ่านขึ้นไปแปลความหมายที่เซลล์สมอง


และด้วยสัญชาตญาณของความต้องการที่จะมีชีวิต
ทำให้ผมไม่รอช้าให้น้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาณมหาศาลนี้กดทับลงมาบนตัวผมเฉยๆ
มือทั้งสองข้างชูขึ้นด้านบนพร้อมกับแหวกเอาของเหลวออกไปข้างๆ
ในขณะเดียวกันก็ดันตัวในทิศทางเดียวกับที่หัวชี้ขึ้นไป
สองเท้าตีสะบัดพร้อมทั้งท่อนขาที่พริ้วขึ้นลงไปเป็นจังหวะเดียวกัน
ต้องใช้มือและเท้าทำกิริยาเดิมอยู่ถึงสามครั้ง
กว่ามือที่กวาดขึ้นเหนือหัวจะสัมผัสกับตัวกลางที่ไม่ใช่ของเหลวอีก
และไม่นานหลังจากนั้นอากาศที่เต็มไปด้วยก๊าซออกซิเจนก็พรั่งพรูเข้าสู่ปอด
สองตาเริ่มตอบสนองต่อแสงที่พุ่งเข้ามาตกกระทบ
หูเริ่มทำงานแปลความหมายของสรรพสัญญาณที่กำลังดำเนินอยู่รายรอบ

นับเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่เสียจริง อย่างกับว่าได้เกิดใหม่อย่างไรอย่างนั้น
ผุดขึ้นมาจากน้ำคร่ำของมารดาก่อนที่จะใช้สัมผัสต่างๆรับรู้ถึงความมีชีวิตบนโลก


แต่นั่นก็เป็นได้แค่ความรู้สึกกระมัง
เพราะหลังจากที่ผมกระโดดพุ่งลงสู่น้ำตกด้วยความสูงราวเจ็ดเมตร
และผุดขึ้นสู่ผิวน้ำได้เป็นอันสำเร็จ
ขณะที่ผมนั่งรถผ่านชายป่าที่พระอาทิตย์ดวงกลมทอแสงรำไรเร้นลอดมา
ความจริงอันโหดร้ายก็ยังคงรอคอยอยู่ รอคอยเพื่อที่จะตักเตือนว่า
ในความเป็นจริงแล้ว ผมก็ยังดำรงอยู่ในชีวิตเก่า
ชีวิตเดิมที่หลายสิ่งหลายอย่างยังคงโหดร้ายอยู่เช่นเดิม


ในวันจันทร์แรกของการปิดเทอม หลังจากวันนั้นเพียงหนึ่งวัน
ผมยังคงต้องใส่ชุดนักศึกษาอยู่ เกือบบ่ายโมงแล้วล่ะในวันนั้น
ผมไปตามนัดหมายที่ได้ให้กับใครคนนึงเอาไว้
เป็นนัดหมายที่ผมไม่คิดที่จะผิดและก็ไม่ควรที่จะผิดด้วย

แล้วผลจากการนัดหมายครั้งนี้ก็เพียงเพื่อที่ผมจะได้รับรู้ถึงข่าวร้าย
ข่าวร้ายซึ่งนับว่าร้ายที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยรับรู้มา


ผมสอบไม่ผ่านถึงสองวิชา


ทั้งๆที่เตรียมใจไว้ตั้งแต่ทีแรกแล้ว
แต่ตอนที่ได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของอาจารย์ก็ทำเอาผมเคว้งไปเหมือนกัน
ผมคิดว่าผมจะรอดเสียอีกนะเนี่ย มาถึงตอนนี้ผมยังคิดว่ามันเป็นแค่ฝันไปเลย
ตื่นขึ้นมาทุกครั้งก็เฝ้าเพียรถามตัวเองว่านี่มันเป็นความจริงหรอกหรือ

นี่ถ้าเป็นการเรียนในระดับประถมหรือมัธยมก็คงสอบแก้ตัวกันไปตามระเบียบ
แต่เสียดายที่นี่เป็นการเรียนในระดับอุดมศึกษา วิถีทางเดียวที่จะทำได้ก็คือการลงเรียนใหม่
ลงเรียนใหม่ในอีกหนึ่งปี นั่นก็แปลว่าผมต้องเลื่อนเวลาจบให้กับตัวเองไปอีกหนึ่งปีนั่นเอง


ความกังวลเดียวที่คุกรุ่นอยู่ในใจคือความกังวลที่จะต้องเป็นเทพแห่งข่าวร้าย
ส่งสารอันแสนจะร้าวรานไปให้บุพการีอันเป็นที่รัก


``
ก็ตั้งใจเรียนแล้วกันนะ พ่อแม่น่ะถึงจะเหนื่อย
แต่ถ้ามีลูกคนนึงได้เรียนสูงๆมีงานดีๆทำ
พ่อแม่ก็ดีใจ คุ้มค่ากับที่เหน็ดเหนื่อยแล้ว``


แล้วผมจะทำอย่างไรดี จะเอื้อนเอ่ยอย่างไรดี
พวกเขาถึงจะมีความรู้สึกเจ็บช้ำและเศร้าสร้อยน้อยที่สุด
มีความบีบคั้นหัวใจและท้อแท้น้อยที่สุด

ไม่รู้เลย...



< Original Posted on Sun 12 Mar 2006 1:06 >


     Share

<< < ศิลปวิทยาการ >< แถลงการณ์ปิดทำการไดอารี่ชั่วคราว > >>

Posted on Wed 28 Jan 2009 6:09


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh