< On Friday >
< อีกวันและอีกวันที่เป็นสุข >
< ฉันมีความสุข : I'm happy >
< ความรู้สึกที่แตกต่างไปกับใครบางคน >
< ผมกำลังมีความรัก : I'm in love >
< อาจเป็นเพียงความบังเอิญที่แน่นอน >
< My Blog Tag >
< แค่แอบมีเธออยู่ในใจ ... ก็พอ >
< หากโลกไร้ซึ่งความมีชีวิต >
< อารมณ์ชั่ววูบ กับ ความคิดฉับพลัน >
< บันทึกความทรงจำ : Diary >
< ลมหนาวที่ไร้ความพอดี ความเย็นชาที่ยังดำเนินต่อ >
< เมื่อวาน : Yesterday >
< อารมณ์ในการเขียนที่ไหลย้อนกลับมา >
< เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว >
< ลมหนาวพัดหวีดหวิว กรีดใจปลิวไปตามลม >
< ความรักที่บริสุทธิ์ หรือ ความรักที่โง่งม >
< การระลึกถึงความมืดมิดหลังความตาย >
< 2 - 1 < 1 >
< เมื่อความตายหายใจรดต้นคอ >
< Death or Alive ??? >
< แรงจูงใจจากคนแปลกหน้า >
< บันทึกในวันศุกร์สุดท้ายของเดือน >
< ขอคนที่ใช่ได้หรือเปล่า ??? >
< ขอให้พ่ออยู่ข้างหนูได้ไหมคะ ??? >
< เรื่องเหล้า : Alcohol's story >
< เดินหน้าหรือหันหลังกลับ ??? >
< แล้วอีกคืนก็ผ่านพ้นไป : Lonely night >
< เรากลับมาคบกันอีกครั้งได้ไหม ??? >
< อยากขอสักคน : I need somebody >
< เสียงบรรเลงแห่งค่ำคืน : Concerto at night >
< หนึ่งปีหลังจากนั้น : One Year ago >
< ต่อมรับรสที่ผมไม่มี >
< แผลที่บังเอิญเกิดขึ้น : Unexpected wound >
< เรื่องเล่าจากบนเครื่อง : Unescaped Accident >
< บันทึกถึงใครคนหนึ่ง : May Love Remain >
< วนเวียน : Re-Cycle >
< Welcome To Sharped Cold October >
< ยามเย็น : Before the sunset >

P' Blowy
J' Kong
P' Yok
J' Joy
J' Jick
P' Kung
N' Mum
P' Pim
P' Dao
P' Slim
P' Orr
Lazylady
Iampoo
Moonstone
P' Mam
Me n bicycle
Crazyon
J' Ann
Astia
P' Jigg
P' Meme'
P' Aims
Iodine
Nnet
P' Oil
Yesiam
P' Oat
World Immortal
P' Anni
P' Nick
Rainylime
JP
Waitingfor
Myday2007
Leaf mogince
P' Hongfa
P' Pomp
Nut
P' YingYing
Baguette
Dayalone
Deviant
Bossy
J' Ree
Picpic
Ranipim
K' Kee





< เมื่อความตายหายใจรดต้นคอ >



เป็นเวลาเกือบตีสองครึ่งที่ผมขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์เตรียมตัวขี่กลับหอ
หลังจากที่ออกมานอกบริเวณงานเลี้ยงอำลารุ่นพี่ได้ราวๆครึ่งชั่วโมง

คนคุ้นเคยบางคนกำลังยืนซื้อผลไม้ ทอดสายตาอย่างปกติมาที่ผม


ขี่รถกลับหอดีๆนะเว้ย
....
...
ตอนนี้ผับเพิ่งเลิก รถมันเยอะ ...


ความรู้สึกดีใจเล็กๆที่อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนเป็นห่วงผมอยู่อีกหนึ่งคนผุดขึ้นในใจ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ความเหงาขนาดมหึมาเพิ่งถาโถมเข้าซัดสาดไปทั่วทั้งร่าง


ปากอยากจะเอ่ยคำพูดกวนๆบางอย่างออกไป
แต่แล้วก็ไม่เสียงใดๆเร้นลอดผ่านลำคอออกมาสักนิด
ทั้งๆที่ในสมองก็คิดไปแล้วว่า ...


...
พรุ่งนี้ มึงอาจจะไม่เห็นกูอีกก็ได้



รอบๆห้องประชุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายในชุดอันหรูหรา
เสียงการแสดงบนเวทีก้องกังวาน ...
ไล่เอาความเงียบสงบภายในห้องจัดงานเลี้ยงออกไปจนหมดสิ้น


แต่ผมกลับรู้สึกว่า ... ความเงียบเหงา ...
มันเริ่มเกาะกินใจผมอยู่อย่างเงียบๆรั้งรอเวลาที่จะแสดงอาการ




...
ปีนี้ผมได้ถ่ายรูปกับเค้าคนนั้นอีกครั้งเหมือนอย่างปีก่อน
แต่ไม่ว่าจะเป็นปีไหน เค้าก็ยังคงไม่ได้คิดอะไรกับผมอยู่เช่นเดิม ...



ไฟในงานเริ่มดับลงเป็นสัญญาณบอกพวกเราว่าควรจะเดินทางกลับกันเสียที

หลังจากที่สาดแสงแฟลชใส่กันมาหลายชั่วโมง


อากาศภายนอกตัวอาคารค่อนข้างเย็นจัด ...
...
รู้สึกว่าคืนนี้จะหนาวกว่าทุกคืน



ตอนนี้นี่เองที่ลมเย็นๆเริ่มโชยมากระทบผิวกาย ...
พร้อมๆกับคลื่นความเหงาลูกแรกเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆในใจ ...

ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า .... คนขี้เหงา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เหงาได้
ไม่ว่าจะตอนไหน เมื่อไหร่ หรือ สถานที่ไหน เราก็เหงาได้
...
ปริมาณผู้คนที่รายล้อมอยู่ ไม่ได้มีผลต่อการเกิดความเหงาเลยแม้แต่น้อย



ตัวผมหมุนคว้างอย่างน้อยหนึ่งรอบก่อนที่จะตกลงกระทบที่พื้นถนน
รถมอเตอร์ไซค์ที่เมื่อครู่ล้อมันยังหมุนพาผมเดินทางมาจนเกือบจะถึงหอ
ตอนนี้กลับนอนแอ้งแม้งอยู่ชิดกับขอบถนนที่ตั้งเป็นคันคอนกรีตขึ้นมา
เบาะใต้รถเปิดออก ในขณะที่ชิ้นส่วนของรถหลายชิ้น ..
รวมถึงรองเท้าและเสื้อคลุมที่ผมหิ้วมากระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง



ใจของผมหายวูบไปพร้อมกับเสียงที่รถกะบะชนกับท้ายรถผมเมื่อครู่นี้
เสียงเบรคของยานพาหนะสี่ล้อกรีดขึ้นแหวกอากาศดังออกไปในทุกทิศทาง
กลบเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่กลิ้งไถลไปปะทะกับขอบถนนจนหมดสิ้น


ผู้ชายคนขับรถยนต์เดินตรงมาหาผม ...
ด้วยท่าทางกระวนกระวายใจและหงุดหงิดเล็กน้อย

ซึ่งตอนนั้นผมก็ได้แต่นั่งเงยหน้ามองตามอย่างเงียบๆ


ขี่รถแบบไหนเนี่ย ทำไมถึงขี่ตัดหน้า ???


ผมที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้นถนนโดยที่ข้อมือข้างซ้ายไม่อาจพับขึ้นลงได้
...

... ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกไป


ทั้งที่มั่นใจว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเลนที่ผมขี่มาคือเลนขวา
และผมก็ได้เปิดไฟเลี้ยวขวาเรียบร้อยแล้ว
ชะลอความเร็วพร้อมกันหันหัวรถเพื่อที่จะเลี้ยว
แต่แล้วรถยนต์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูงพอสมควรก็ชนรถผมที่ข้างท้าย


หลังจากนั้นเค้าก็บ่นอะไรไปอีกสองสามคำก่อนที่จะพูดขึ้นว่า ...

... ป่ะ ไปโรงพยาบาลกัน


โดยที่เค้าไม่คิดที่จะช่วยพยุงคนเจ็บที่เล็บนิ้วก้อยซ้ายเจียนจะหลุดแม้แต่น้อย

แผลถลอกปรากฎขึ้นตามส่วนของร่างกายมีที่ละนิดละหน่อยรวมทั้งใกล้ๆตาซ้ายด้วย
นั่นอาจจะเป็นผลมาจากการที่คืนนี้ผมใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวนั่นเอง
จึงทำให้แผลที่กว้างและลึกฉกรรจ์ไม่มีปรากฏให้เห็น


หลังจากนั้นก็เริ่มมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรวมทั้งเหล่าไทยมุงทั้งหลายเดินทางมาถึง
...
ผมไม่รอช้าที่จะโทรหาเพื่อนคนสนิท


ผมได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเรียบร้อยก่อนที่ตำรวจจะมา ...
หลังจากที่บรรดาเพื่อนๆเดินทางมาถึงกันไม่นาน


ตำรวจสอบถามอะไรเล็กน้อยหลังจากที่ขอบัตรประชาชนไป
ก่อนที่จะนัดให้ผมไปพบที่โรงพักในวันจันทร์


หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปที่โรงพยาบาล
เนื่องจากผมรู้สึกเจ็บบริเวณข้อมือซ้ายอย่างมากและไม่อาจขยับเขยื้อนหมุนข้อมือได้เลย

แต่โชคดีที่กระดูกข้อมือไม่ได้เป็นอะไร
มีแต่กล้ามเนื้อเท่านั้นที่เกิดอาการอักเสบและอาจฉีกขาด
จากนั้นจึงทำแผล รับยา ก่อนที่จะเดินทางกลับได้


แล้วพญามัจจุราชก็ลอยหายไปในความมืดแห่งรัตติกาล
ด้วยไม่อาจพรากวิญญาณของผมออกไปจากร่างได้
เหลือไว้เพียงแต่ความสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกายของผม
...
กับลมหายใจที่น่าสะอิดสะเอียนตรงต้นคอ



..


ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่ต้องพลอยอดหลับอดนอนไปด้วย
ในค่ำคืนที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยกับเวลาเกือบตีห้าอย่างนี้

เพิ่งรู้ว่าการพิมพ์ด้วยมือขวาข้างเดียวมันเหนื่อยมากนะเนี่ย

 

< Original Posted on Sun 3 Dec 2006 16:20 >
 

 

     Share

<< < Death or Alive ??? >< 2 - 1 < 1 > >>

Posted on Wed 28 Jan 2009 4:31

ฟาดเคราะห์ไปแล้วน้องรัก
ต่อไปจะโชคดีแระ
หายไวๆน๊า
ก่อง   
Tue 5 Dec 2006 8:56 [2]

ขอให้มือซ้ายหายไวๆนะคะ สงสารมือขวา :P

ปล.สงสัยว่า..คู่กรณีนี่..เค้าทานเหล้ามารึเปล่าคะ ??
noodleaddict**   
Sun 3 Dec 2006 23:02 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh