< แล้วสิ่งที่อยู่ข้างใต้ก็โผล่ออกมาให้เห็น >
< เพราะอดีตคือปัจจุบันที่ผ่านพ้น >
< On Friday >
< อีกวันและอีกวันที่เป็นสุข >
< ฉันมีความสุข : I'm happy >
< ความรู้สึกที่แตกต่างไปกับใครบางคน >
< ผมกำลังมีความรัก : I'm in love >
< อาจเป็นเพียงความบังเอิญที่แน่นอน >
< My Blog Tag >
< แค่แอบมีเธออยู่ในใจ ... ก็พอ >
< หากโลกไร้ซึ่งความมีชีวิต >
< อารมณ์ชั่ววูบ กับ ความคิดฉับพลัน >
< บันทึกความทรงจำ : Diary >
< ลมหนาวที่ไร้ความพอดี ความเย็นชาที่ยังดำเนินต่อ >
< เมื่อวาน : Yesterday >
< อารมณ์ในการเขียนที่ไหลย้อนกลับมา >
< เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว >
< ลมหนาวพัดหวีดหวิว กรีดใจปลิวไปตามลม >
< ความรักที่บริสุทธิ์ หรือ ความรักที่โง่งม >
< การระลึกถึงความมืดมิดหลังความตาย >
< 2 - 1 < 1 >
< เมื่อความตายหายใจรดต้นคอ >
< Death or Alive ??? >
< แรงจูงใจจากคนแปลกหน้า >
< บันทึกในวันศุกร์สุดท้ายของเดือน >
< ขอคนที่ใช่ได้หรือเปล่า ??? >
< ขอให้พ่ออยู่ข้างหนูได้ไหมคะ ??? >
< เรื่องเหล้า : Alcohol's story >
< เดินหน้าหรือหันหลังกลับ ??? >
< แล้วอีกคืนก็ผ่านพ้นไป : Lonely night >
< เรากลับมาคบกันอีกครั้งได้ไหม ??? >
< อยากขอสักคน : I need somebody >
< เสียงบรรเลงแห่งค่ำคืน : Concerto at night >
< หนึ่งปีหลังจากนั้น : One Year ago >
< ต่อมรับรสที่ผมไม่มี >
< แผลที่บังเอิญเกิดขึ้น : Unexpected wound >
< เรื่องเล่าจากบนเครื่อง : Unescaped Accident >
< บันทึกถึงใครคนหนึ่ง : May Love Remain >
< วนเวียน : Re-Cycle >

P' Blowy
J' Kong
P' Yok
J' Joy
J' Jick
P' Kung
N' Mum
P' Pim
P' Dao
P' Slim
P' Orr
Lazylady
Iampoo
Moonstone
P' Mam
Me n bicycle
Crazyon
J' Ann
Astia
P' Jigg
P' Meme'
P' Aims
Iodine
Nnet
P' Oil
Yesiam
P' Oat
World Immortal
P' Anni
P' Nick
Rainylime
JP
Waitingfor
Myday2007
Leaf mogince
P' Hongfa
P' Pomp
Nut
P' YingYing
Baguette
Dayalone
Deviant
Bossy
J' Ree
Picpic
Ranipim
K' Kee





< การระลึกถึงความมืดมิดหลังความตาย >



ผมดิ้นพล่านไปมาอยู่บนเตียงพร้อมกับส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
เสียงเพลงเพลงเดิมถูกปล่อยให้เล่นซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบแว่วผ่านลำโพงของโน้ตบุ๊ค
ฟังดูเหมือนล่องลอยมาจากสถานที่อันไกลแสนไกล คล้ายกับดังไม่สม่ำเสมอในช่วงเวลานี้


ไม่ใช่อาการบาดเจ็บใดๆหรอกที่ทำให้ผมต้องร้องโอดโอยอย่างทุรนทุราย
แต่เพราะความคิดเกี่ยวกับความจริงบางอย่าง ...
ที่มันไหลวนกลับมาปรากฎชัดในสมองอีกครั้งหลังจากหลบเลี่ยงมานานนั่นต่างหาก

ที่ทำให้เกิดอาการอันยากจะทานทนกับการต้องเผชิญหน้ากับมันอีกวาระ


พูดไปก็เป็นเรื่องซ้ำเก่าที่ฟังกันมาหลายครั้งหลายครา ... แต่ทว่ามันก็ยังไม่จบลงเสียที


...
ความตาย ....

นามธรรมอันน่าเกรงขามพาให้พึงระลึกถึงรูปธรรมที่ขมุกขมัวไม่ชัดเจน
นี่ถ้าคนเรารู้ว่าหลังจากเดินผ่านประตูแห่งโลกอันปราศจากร่างไปแล้วเป็นเช่นไร
ความตายอาจจะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวและน่าสยดสยองพองเกล้าอีกต่อไป ...


ในความเป็นจริงผมคงไม่ได้กลัวความตายหรอก

แต่ผมน่าจะกลัวความรู้สึกหลังความตายมากกว่า

มันจะอึดอัดเพียงไรนะที่จะไร้ความรู้สึกนึกคิด ไร้อารมณ์และประสาทสัมผัส
ไร้การรับรู้โลกภายนอกอันเคยมีอยู่เดิมไปจนหมดสิ้น

แล้ววินาทีที่สมองได้ตายลง โลกจะพลันมืดลงในทันใดเลยหรือเปล่า
จะเหมือนกับวินาทีที่จอคอมพิวเตอร์ดับวูบลงไหมนะ

คำถามเหล่านี้ ไม่เคยถูกตอบโดยมีหลักฐานสนับสนุนอย่างชัดเจนเลยสักครั้ง
เช่นเดียวกับตัวผมที่ไม่เคยยอมรับความจริง ...
ที่ชีวิตจะต้องจบลงด้วยการตายได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว




ผมหลบเลี่ยงที่จะรับรู้ถึงความจริงข้อนี้ ...
ด้วยการหลีกหนีช่วงเวลาที่ความคิดจะดำเนินไปถึงความจริงดังกล่าว

สมองจะหยุดกระบวนการคิดในทันใด
เป็นเหมือนปราการป้องกันตัวเองทางด้านจิตใจที่ผมสร้างขึ้น

ผมมักจะเริงรื่นอยู่กับการดำเนินชีวิต ให้ช่วงเวลาทั้งวันวุ่นงุนงงอยู่กับวิถีทางโลก
ความเพลิดเพลินและความบันเทิงชักพาให้วันแต่วันผ่านไป ...
อย่างไม่ต้องคำนึงถึงความตายที่ค่อยๆคืบคลานใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ



ซึ่งผมก็รู้ดีว่ามันเป็นการดำเนินชีวิตที่ขัดแย้งกับการดำรงอยู่พร้อมด้วยมรณสติอย่างยิ่งยวด
หากแต่ผมก็ไม่อาจมีชีวิตด้วยการกล้ำกลืนความรู้สึก ...
ที่ยากจะทนไหวจากการระลึกถึงความตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน



ผมคิดว่าเพราะเหตุนี้เองจึงต้องมีพุทธศาสนาเกิดขึ้นเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของปุถุชน

เพราะสำหรับบางคนการเชื่อว่าต้องเวียนว่ายตายเกิดอาจจะยังดีเสียกว่า ...
การตายแล้วต้องจบสิ้นกันไปในความมืดมิดตามหลักความจริงทางวิทยาศาสตร์


เพราะถึงแม้ว่าจะหลุดพ้นจากห้วงแห่งความทุกข์ทนไป ...
อย่างน้อยก็ยังได้เสวยสุขอยู่ในพระนิพพาน

หาใช่มืดบอดหารู้ทางไปหลังก้าวข้ามประตูแห่งความตายไม่


ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะต้องนอนดิ้นทุรนทุรายหายใจติดขัดอย่างนี้ไปอีกกี่ครั้งกี่หนกัน
ผมรู้แต่เพียงว่ามันอาจจะเป็นช่วงเวลาตลอดทั้งชีวิตก็เป็นได้



..


ผมเริ่มรู้สึกว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมเขียนเรื่องราวต่างๆออกมาได้มีเพียงสองประการเท่านั้น
ประการแรกคือ ... ความรัก ... ส่วนอีกประการ คือ ... ความตาย ...
ซึ่งบังเอิญดันไปตรงกับแรงผลักดันพื้นฐานตามหลักวิชาจิตวิทยาพอดิบพอดี


... sex and death drive ...

นั่นอาจจะแสดงให้เห็นว่า ... ผมกำลังบอกเล่าเรื่องราวจากสัญชาตญาณดิบของตนกระมัง


เพ้ออีกแล้วนะเรานี่ ... ไปนอนซะไป

พูดถึงนอน เมื่อวานนี้นอนมันทั้งวันเลย ตื่นมา กิน นอน
ตื่นมา กิน นอน วนไปวนมาอยู่แค่นี้เอง


ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันอย่างล้นหลามเช่นเคยครับ ...



Edit ...

เพิ่งนึกออกว่าลืมอัพเดทอาการให้ฟัง
ตอนนี้ก็ยังมีระบมตามตัวอยู่นิดหน่อย รวมทั้งแขนที่ใส่เฝือกด้วย ยังปวดอยู่
แต่แผลตามที่ต่างๆเริ่มตกสะเก็ดหมดแล้ว เหลือตรงเล็บนิ้วก้อยเท้าที่หลุดไปที่แผลยังไม่แห้ง
พรุ่งนี้คงไปให้หมอดูอาการ แล้วก็ให้เค้าล้างแผลให้อีกครั้ง
สรุปก็เรียบร้อยดี ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล ช่วงนี้ก็นอนมันอย่างเดียว ไม่ค่อยได้ทำอะไร




< Original Posted on Sat 9 Dec 2006 3:12 >


     Share

<< < 2 - 1 < 1 >< ความรักที่บริสุทธิ์ หรือ ความรักที่โง่งม > >>

Posted on Wed 28 Jan 2009 4:27

อย่าคิดมากนะคะ
ขอบคุณที่มาเม้นท์ให้นะคะ
samantha@utcc   
Sat 9 Dec 2006 19:11 [4]

ไม่เกี่ยวๆๆๆ ใจรักซะอย่าง 55

ถ้าใจมันอยากไป แค่นิดเดียวก็เถิงงงงงง
phoebe*   
Sat 9 Dec 2006 13:34 [3]

อิอิ.. อารมณืดีๆๆๆ ใช่แล้วจ้า เคยลงเพลงนั้นแล้ว

สนใจร่วมขบานการด้วยมั้ย?
phoebe*   
Sat 9 Dec 2006 12:48 [2]

หายไวๆนะคะ ^^
ทานตะวัน   
Sat 9 Dec 2006 9:46 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh