< อยู่ใต้ฟ้า กลัวอะไรกับฝน >
< It's not easy to be me >
< ความจริง ลูกบอล วิวาทะ >
< ความจริง หรือ สิ่งลวง ??? >
< ใครคิด : Whose thought ??? >
< สงัดเสียงแห่งราตรี สุรเสียงฤดีดังก้อง >
< ผู้ชายนิทรา >
< ดั่งนักรบผู้หนึ่ง >
< มนุษย์เราเกิดมาเพื่ออะไร ??? >
< วันนี้ผมอ่านหนังสือจบหนึ่งเล่ม >
< เป็นแค่อีกวันธรรมดาที่ผ่านพ้นไป >
< เมื่อมนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ >
< เธอเคยมีความฝัน ... และตอนนี้เธอก็ยังฝันอยู่ >
< อาจไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไป >
< อิสเรน - นี่เดย์ >
< สายลม เสียงกบร้อง และแสงไฟข้างถนน >
< โฉมหน้าของเหรียญด้านที่สอง >
< ฉันกำลังเผชิญหน้ากับ ... ความกลัว ... >
< เมื่อฉันเป็นฆาตกรต่อเนื่อง >
< จากวันสุขถึงวันศุกร์ >
< บทส่งท้ายแห่งกุมภาฯ >
< แล้วสิ่งที่อยู่ข้างใต้ก็โผล่ออกมาให้เห็น >
< เพราะอดีตคือปัจจุบันที่ผ่านพ้น >
< On Friday >
< อีกวันและอีกวันที่เป็นสุข >
< ฉันมีความสุข : I'm happy >
< ความรู้สึกที่แตกต่างไปกับใครบางคน >
< ผมกำลังมีความรัก : I'm in love >
< อาจเป็นเพียงความบังเอิญที่แน่นอน >
< My Blog Tag >
< แค่แอบมีเธออยู่ในใจ ... ก็พอ >
< หากโลกไร้ซึ่งความมีชีวิต >
< อารมณ์ชั่ววูบ กับ ความคิดฉับพลัน >
< บันทึกความทรงจำ : Diary >
< ลมหนาวที่ไร้ความพอดี ความเย็นชาที่ยังดำเนินต่อ >
< เมื่อวาน : Yesterday >
< อารมณ์ในการเขียนที่ไหลย้อนกลับมา >
< เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว >
< ลมหนาวพัดหวีดหวิว กรีดใจปลิวไปตามลม >

P' Blowy
J' Kong
P' Yok
J' Joy
J' Jick
P' Kung
N' Mum
P' Pim
P' Dao
P' Slim
P' Orr
Lazylady
Iampoo
Moonstone
P' Mam
Me n bicycle
Crazyon
J' Ann
Astia
P' Jigg
P' Meme'
P' Aims
Iodine
Nnet
P' Oil
Yesiam
P' Oat
World Immortal
P' Anni
P' Nick
Rainylime
JP
Waitingfor
Myday2007
Leaf mogince
P' Hongfa
P' Pomp
Nut
P' YingYing
Baguette
Dayalone
Deviant
Bossy
J' Ree
Picpic
Ranipim
K' Kee





< จากวันสุขถึงวันศุกร์ >


...

 จากวันสุขถึงวันศุกร์

...



-1-


แล้วหน้าร้อนของฉันก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ...
... ในวันที่แดดทอแสงจัดจ้ากระทบผืนน้ำสีเขียวระยับ

ลมทะเลพัดโยกโยนอากาศให้ปลิวไหวไปมา ...
เจือจางไอร้อนที่ระอุเรี่ยผิวกายให้บรรเทาเบาบางลง
ท้องฟ้าเปิด เกลียวคลื่นโถมเข้าหาหาดทราย
สร้างความมีชีวิตชีวาให้สมกับเป็นวันที่สดชื่นสดใส

แล้วฉันก็ได้เจอเธออีกครั้ง ... ทะเลครามบนฉากผืนฟ้าสีเข้ม ...
ระคนด้วยกลุ่มเมฆบางเบาลอยแต่งแต้มนภากาศอยู่อย่างกระจัดกระจาย
ฉันสูดกลิ่นไอของเธอ สัมผัสที่มีปะปนไปด้วยรสชาติของเกลือ
ซึ่งไม่ว่าจะนานสักเพียงไร ฉันก็ยังจดจำมันได้เป็นอย่างดี


นับเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลว ...
ให้แสงแดดอาบไล้ร่างกระตุ้นพลังแห่งชีวิตให้ล้นปรี่ขึ้นอีกครั้ง
ให้ความเค็มของท้องทะเลที่ปะปนมากับยอดคลื่นที่กระจัดเข้าหากาย
ได้ปลุกเร้าความเริงร่าเบิกบานใจให้เต็มตื้นขึ้นมาได้อีกหนึ่งคำรบ

เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ฉันรู้สึกขอบคุณความลี้ลับและปริศนาที่ยากจะหยั่งรู้
ถึงความงดงามและเพลินเพลิน รื่นเริงราวกับบทกวีแห่งธรรมชาติ
ที่จรรโลงหัวใจของมนุษย์ให้ได้หยุดพักจากความหยาบกระด้างแห่งสังคม
หากปราศจากสร้อยไข่มุกแห่งจักรวาล ก็คงแค่ก้อนหินที่สุมกองไว้อย่างไร้ศิลปะ



...



...



-2-


พระจันทร์กลมโตลอยอยู่เหนือน่านฟ้าที่เวิ้งกว้าง มีประกายดาววาววับอยู่ประปราย
ขับแสงลอดเร้นแมกไม้ที่สอดประสานกันอย่างเบาบางลงมากระทบเก้าอี้นั่งริมทะเล

ฉันชอบเวลาอย่างนี้จัง และฉันเชื่อว่าเธอก็คงชอบเช่นกัน
...

บรรยากาศเหมาะเจาะ อุณหภูมิของอากาศที่ปลิวมาตามลมเย็นพอดิบพอดี
สหายที่มีครึ่งของสามสิบหันหน้าพูดคุยกันอย่างออกรส
... สลับกับการขับกล่อมบทเพลงเป็นระยะ
หลายคนได้พูดในสิ่งที่ไม่เคยพูด และได้ฟังในสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน
ได้พูดกับคนที่ไม่ค่อยได้เปิดปากสนทนา ...
และได้ฟังเรื่องราวจากคนที่เพียงเห็นหน้าอยู่แทบทุกวัน

ฉันชอบวันเวลาอย่างนี้ ...
วันเวลาที่คำว่า ... เพื่อน ... และ ... เรา ... ถูกนำมาใช้ได้อย่างไม่กังขา
ซึ่งหากแม้วันใดสัมพันธภาพนั้นจะเปลี่ยนไป นั่นก็คงสุดแล้วแต่บุญทำกรรมแต่ง


น้ำทะเลลดลงไปมากจนหินใต้น้ำโผล่ขึ้นมาเป็นก้อนใหญ่
ฉันคุ้ยเอาเท้าเขี่ยดักน้ำทะเลที่สาดซัดมาพร้อมแนวคลื่น
หวังแกล้งให้ใครบางคนพลัดตกลงไปในหลุมที่เต็มไปด้วยน้ำ
กลับเห็นพระจันทร์สะท้อนเงาอยู่ที่นั่น

... นี่ ฉันกำลังเต้นรำบนดวงจันทร์อยู่สินะ ...


ฉันคว้ามันเอาไว้ได้อีกครั้งความสุขที่ลอยวนอยู่รอบตัว
ปลดเปลื้องความทุกข์ที่เคยเกาะกุมไว้อยู่ทุกลมหายใจ
หลงลืมภาระและพันธนาการของชีวิตที่หนักอึ้งไปชั่วขณะ
ซึมซับเอาความละมุนละไมแห่งความปิติที่กำซาบไปทั่วทั้งร่าง



...

 จากวันสุขถึงวันศุกร์

...



-3-


ขอบของจักรวาลนั้นอยู่ที่ใดกัน และที่นั่นมันเป็นอย่างไร
???


เป็นหนึ่งในปริศนาที่มนุษย์ปรารถนาจะไขให้กระจ่าง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่หาขอบเขตได้ยากเฉกเช่นเดียวกับเอกภพ

ใครบางคนบอกว่าแท้จริงแล้วมนุษย์นั้นตัวเล็กมาก
เมื่อเทียบอัตราส่วน เราอาจจะเป็นแค่เศษธุลีที่ไม่อาจจะมองด้วยกล้องกำลังขยายใด
... หากจะส่องเข้ามาจากขอบนอกของระบบสุริยะ

มนุษย์อาจเป็นเพียงแบคทีเรียในลำไส้ของสัตว์ประหลาดตัวใหญ่
เป็นของเล่นหรือสัตว์เลี้ยงของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่เรามองไม่เห็น

เป็นอะไรก็ได้อีกหลายหลากที่ยากจะคาดเดา
ทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนแต่เป็นหนึ่งในสรรพสิ่งที่ไม่อาจต่อต้านพลังแห่งจักรวาล


ฉันเพิ่งรู้ว่าหาใช่ฉันเพียงคนเดียวที่หลีกเลี่ยงการรับรู้ถึงความมีอยู่ของความตาย
ไม่คิดเพราะไม่ต้องการทุกข์ เริงรื่นกับวันเป็นที่เป็นสุข
และใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องระลึกถึงวันสุดท้าย ... หลายคนก็เช่นเดียวกัน ...

อย่างนั้นฉันก็คงไม่เดียวดายแล้ว มีมนุษย์อีกมากมายที่กำลังเป็นอย่างฉัน
นับถอยหลังลมหายใจเช่นเดียวกัน แล้วฉันจะโศกเศร้าไปไย


ถึงเวลานี้อรุณรุ่งก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ฉายภาพประติมากรรมของมนุษย์
ที่เสกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงจูงใจอันลึกลับบางประการ
พันผูกด้วยเงื่อนไขของกาลเวลา ... เงื่อนงำที่กำคำตอบของปริศนาทุกอย่างไว้


 

< Original posted on 9 March 2007 >


     Share

<< < บทส่งท้ายแห่งกุมภาฯ >< เมื่อฉันเป็นฆาตกรต่อเนื่อง > >>

Posted on Wed 28 Jan 2009 3:17

มารออ่านภาคต่อ ^^

ป.ล.ว๊าว เลขตรงคอมเมนท์สวยมากเลยนนท์ 99993 อิอิ
submarine   
Fri 16 Mar 2007 19:34 [4]

เท่
astia   
Thu 15 Mar 2007 0:54 [3]

... นี่ ฉันกำลังเต้นรำบนดวงจันทร์อยู่สินะ ...

อยากไปทะเลจัง
i am a lazy lady~   
Mon 12 Mar 2007 15:52 [2]

อ้าว ... มาเลยนะ มาต่อเลย
yesiam   
Sat 10 Mar 2007 11:03 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh