<< December >>
S
M
T
W
F
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
<< 2008>>
...ผู้นำวงพูดต่อไปในท่วงทำนองที่ไม่ทิ้งห่างจากครั้งแรกที่เธอเปิดการสนทนานำพวกเราเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งการขบคิดและตรึกตรองเหตุผลอีกครั้ง[ ใครคือ hero ในดวงใจ ... ใครคือคนที่เราอยากเป็นอย่างเค้า ??? พี่เคยถามคำถามนี้กับเด็กอยู่กลุ่มนึง ... hero ของพวกเค้าน่าทึ่งมาก hero ของพวกเค้าคือ superman ... พวกเค้าบอกว่าเจ๋งดี แล้ว hero ของพวกเราล่ะ เป็นใครกันบ้าง ??? ]หลายถ้อยความหลากถ้อยความคิดผุดพรายขึ้นจากหลายจุดในรอบวงกลมที่สร้างขึ้นจากคนจำนวนกว่าหกสิบ ภายใต้บรรยากาศที่มืดสลัว ไฟถูกดับ มีเพียงความสว่างจากแสงประทีปที่ฉาบฉายทุกเรือนกายภายในห้องนี้ให้เห็นเพียงโครงร่างที่ลางเลือน ประทีปหลายดวงริบหรี่ บางดวงดับไป แต่ก็มีอีกหลายดวงที่ยังทำให้เกิดเงาดำทาบทับสลับไปมาบนพื้นผิวห้องบรรยากาศเหมาะกับชื่อที่ถูกเรียก วงสนทนาสุนทรียะ[ ไม่ต้องนึกว่าใครกำลังพูด แต่ให้เราตั้งใจฟังเสียงที่เร้นลอดออกมา จากปาก ตั้งใจฟังถึงคำพูด น้ำเสียง ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมา ]นี่คือสิ่งที่เธอแนะนำ ก่อนที่ประเด็นการสนทนาแรกจะถูกนำมาพูดคุยกลับมาที่คำตอบของประเด็นข้างต้น ...บ้างก็เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นเพื่อน เป็นคนรอบตัว นานาทรรศนะแล้วผมก็เปิดปาก ... [ สำหรับตัวผมเองแล้ว ถ้าถามถึง hero หรือคนที่อยากเป็นอย่างเค้า แล้ว ... ไม่มีหรอกครับ เพราะผมว่าทุกคนต่างก็มีปัญหาชีวิตของตัว เองกันทั้งนั้น อันนี้ไม่ได้จะเบรคความคิดใครนะครับ เพียงแต่ว่าผม คิดเช่นนั้นจริงๆ ขนาดเพลง superman ยังร้องว่า ... It's not easy to be me ... เลย ]ไม่แปลกใจตัวเองที่พูดออกไปอย่างนั้น เพราะในความคิดของผมในตอนนั้น มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ได้มีการเสแสร้งเพื่อสร้างวาทกรรมแต่ประการใดแล้ววงสุนทรียสนทนาก็ดำเนินต่อไปจนจบไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ วงสนทนาอีกวงจะทำให้ความเห็นของผมบิดเบี้ยวไป วงสนทนานี้ไม่มีชื่อ แต่ถ้าจะให้ตั้งก็คงจะให้ชื่อว่า ...วงสนทนาที่ไม่คาดคิดเธอเปิดฉากด้วยเรื่องทั่วไป เช่นเดียวกับทุกครั้งที่เธอเป็นคนเริ่มพูด ถามสารทุกข์สุกดิบกันตามประสาของคนที่อยู่ห่างไกลกันถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าผมจะถามอะไรที่มันแปลกๆออกไปเหมือนกัน ประโยคที่ถามสามารถสื่อได้ถึงสารที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน แต่วันนี้ผมกลับเลือกที่จะใช้ประโยคนี้ [ แล้วแม่เป็นยังไงบ้าง ??? ]เธอตอบว่าก็เรื่อยๆ ช่วงหลังเข้าพรรษาคนไม่ค่อยออกมาซื้อของเท่าไหร่ ก็เลยว่างๆอยู่เหมือนกัน เนี่ยไม่รู้ว่าจะไหวหรือเปล่า คนน้อยอย่างนี้เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะต่อความขึ้นมา [ ขายของไม่ค่อยดี ไม่รู้จะมีเงินผ่อนบ้านไหม เงินค่าประกันก็เยอะ เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี บ้านเมืองเรามันก็มากเรื่องมากราวอย่างนี้ คนก็เลยไม่ค่อยซื้อของกันเท่าไหร่ ถ้าคนยังน้อยอยู่อย่างนี้ไม่แน่ใจ ว่าเงินที่จะหมุนซื้อของมันจะพอหรือเปล่า ]เธอพูดต่อ[ จริงๆเราไม่ได้เป็นหนี้หรอก ที่ตอนนี้ต้องผ่อนธนาคารอยู่ก็เพราะ ว่าเราซื้อบ้าน ถ้าเราขายบ้านสองหลังนี้ไปแล้วเอาเงินใช้หนี้แบงก์ ก็จะยังมีเงินเหลืออยู่ แล้วก็เหลือเงินจากของในร้านอีก ตอนนี้ก็เลยมองๆอยู่ว่าจะเอายังไงดี ถ้าคนน้อยก็คงต้องขายบ้านไป บ้างจะได้เอามาใช้หมุนซื้อของ แต่ถ้าไหวก็คงผ่อนต่อ เพราะที่ตรง นี้มันทำเลดี ต่อไปวันข้างหน้าจะทำมาหากินอะไรก็ไม่ลำบาก เราจะ เปิดขายอะไรก็ได้ แต่ถ้าไม่ไหวก็ไม่รู้จะทำยังไง เรื่องนี้แม่ไม่ได้บอกใครหรอก พ่อก็ไม่ได้เล่า แม่ไม่รู้จะเล่า ให้ใครฟังก็เลยเล่าให้หนูฟัง ]นี่เป็นครั้งแรกที่แม่พูดเรื่องนี้ให้ฟัง ผมไม่เคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้มาก่อนเลย จากจุดนี้นี่เองที่ความบิดเบี้ยวมันได้เกิดขึ้น น้ำตาแทบจะไหลลงอาบแก้ม คำตอบใหม่ผุดขึ้นในใจ และอาจไม่เปลี่ยนแปลงอีกตลอดชีวิตนี่แหละ hero ตัวจริงของเรา ... แม่ของเราเองแม่เป็นคนคล้ายๆผม มีอะไรในใจไม่ค่อยบอกใครเท่าไหร่ คิดคนเดียว ตัดสินใจคนเดียว คิดอะไรแทนคนอื่นเค้าไปหมด [ ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟังก็เล่าให้นนท์ฟังนี่แหละ ]ผมตอบแม่ไปด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันเกินทนแม่ทำงานตั้งแต่อายุยังไม่ครบสิบแปด จนตอนนี้อายุสี่สิบเอ็ดปีแล้ว แม่คลอดลูกถึงสามคนและเลี้ยงจนโต นี่แหละ hero ของผม ... แม่ของผมเอง สมกับคำกล่าวที่ว่า ... Mum is the greatest job ... จริงๆ ...หากมีเวลาอยากให้ฟังเพลงๆนี้ ถ้าเป็นไปได้ลองหลับตาฟังไปด้วยก็ดีนะครับTip ...คลิกที่ปุ่ม play แล้วคลิก pause รอให้เส้นสีเทาเต็มก่อนแล้วจึงค่อยฟัง จะทำให้การฟังเป็นไปด้วยความราบรื่น และโน้มนำซึ่งสุนทรียะได้ดีกว่าครับ และถ้าเน็ตใครช้ามากๆก็เปิดหน้านี้ค้างไว้ ไปทำอย่างอื่น แล้วค่อยกลับมาฟังก็ได้ครับ ^^กล่อม : พุ่มพวง ดวงจันทร์คำร้อง ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ทำนอง เวส สุนทรจามร ลูกเอ๋ย นอนเถิดนอนเสียเจ้ายังอ่อนยังเยาว์ ขวัญเจ้าดวงจิตแม่เอยห่วงจริง แม่ไม่ทิ้งไปเลยนอนเสียเอย ตื่นได้เชยชมกันฟังกล่อม ฟังเถิดจอมขวัญฟังแม่รำพัน ให้สวรรค์คุ้มครองเจ้าทวยเทพ ครองป่าครองเขาลูกยังอ่อนเยาว์ โปรดเฝ้าดูแลหลับเสีย ดวงหทัยของแม่แม่อยู่ดูแล ขวัญแม่นอนเถิดแม่นอนลูกเอ๋ย แม่เฉลยคำพรบุญครั้งก่อน แม่เคยทำมาขอให้ บุญช่วยรักษาวอนไหว้บูชา ให้ฟากฟ้ามาปกป้องคุ้มเหตุ ภัยเภททั้งผองเทพเจ้าครอง ปกป้องดวงใจ ( เนื้อเพลงถอดเองจากเสียงร้องของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ หากมีข้อผิดพลาดจากคำประพันธ์เดิมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ )...
...