อยากกลับไปมิตาเกะ
เพราะความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งเกิดขึ้นธรรมดา
ไกลถึงจันทร์
< อีกหนาวที่ยังไม่ผ่านพ้นไป >
< Don't tell who your dreams >
< ความรักและความเจ็บปวด : Love & Pain >
< วินาทีและการก้าวย่าง : Second & Step >
< ฤดูร้อนก็ยังเหงา [ได้อีก] >
< บางคนชอบฤดูหนาว >
< เมื่อสเกลของเวลายังคงขยับ >
">< ความหมายของ "ชีวิต" >
< ที่นี่ ตอนนี้
< ไม่อยากเป็นแล้ว ... หมอฟัน >
< The Smaller Frog in The Bigger World >
< เด็กอยากเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่อยากเป็นเด็ก >
< คืนอันเป็นนิรันดร์ >
< คีย์ขาวดำ >
< Tag - 7th Day >
< Tag - 6th Day >
< Tag - 5th Day >
< Tag - 4th Day >
< Tag - 3rd Day >
< Tag - 2nd Day >

P' Blowy
J' Kong
P' Yok
J' Joy
J' Jick
P' Kung
N' Mum
P' Pim
P' Dao
P' Slim
P' Orr
Lazylady
Iampoo
Moonstone
P' Mam
Me n bicycle
Crazyon
J' Ann
Astia
P' Jigg
P' Meme'
P' Aims
Iodine
Nnet
P' Oil
Yesiam
P' Oat
World Immortal
P' Anni
P' Nick
Rainylime
JP
Waitingfor
Myday2007
Leaf mogince
P' Hongfa
P' Pomp
Nut
P' YingYing
Baguette
Dayalone
Deviant
Bossy
J' Ree
Picpic
Ranipim
K' Kee





< อีกหนาวที่ยังไม่ผ่านพ้นไป >

 


 อีกหนาวที่ยังไม่ผ่านพ้นไป

 

http://www.101cookbooks.com/mt-static/images/food/winter_favorites_09.jpg

 

…

‘กลับมา(หนาว)ตายรัง’

 

พูดอย่างนี้ได้มั้ง ในเมื่อพื้นที่ตรงนี้มันคือ ‘รัง’ และผมก็ใกล้หมดลมเต็มทีในหนาวนี้ ( แม้ว่าบางที่อาจจะไม่เหลือร่องรอยความหนาวแล้ว )

‘ภาวะไร้แรงบันดาลใจเรื้อรัง’ ( อีก ‘รัง’ แล้ว ) ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ขึ้นอีก และขึ้นอีก ราวกับราคาทองคำ (ดำ) ในตลาดโลก

ตลอดหนาวที่ผ่านมา ผมแทบไม่เขียนอะไรเลย !!!

ใช่ มันน่าตกใจมาก !!!

จนผมอยากใส่เครื่องหมายอัศเจเรีย์ ( ‘!’ <<< อันนี้ล่ะ ) สักสิบยี่สิบบรรทัด (ซึ่งทำได้ง่ายมาก)

แต่เกรงว่าทั้งคนอ่านและคนเขียนจะเสียเวลากับการตกใจมากเกินไป จึงไม่ได้พิมพ์ไปมากกว่าที่เห็น

(ลองนึกภาพดูว่าถ้าต้องอ่านตามเครื่องหมาย ‘!’ ยี่สิบตัว เราต้องใช้เวลากวาดสายตา ทั้งยังต้องรู้สึกอย่างที่ตัวเครื่องหมายสื่อไปจนครบ แต่จะว่าไป ถ้าใส่ ‘!’ ไปถึงยี่สิบบรรทัดจริง (ถ้าไม่อ่านข้าม) พอถึง ‘!’ ตัวสุดท้าย เราอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่า มันมีเรื่องอะไรที่น่าตกใจ !!! )

เหมือนอารมณ์อันควรเข้มข้น ข้นเข้ม มีกำลังบันดาลใจ ได้ระเหยหาย-ไปพร้อมกับอากาศเย็นที่ลอยตัวต่ำ ทำให้ผู้ชายคนนี้กลายเป็นฤดูหนาวที่แห้งแล้งความคิด อารมณ์ และความรู้สึก จนต้นใบหงิกงอเป็นสีน้ำตาลไปมาก

เท่านี้ก็รับรู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้วล่ะ !!!

 

…

 

แต่จะว่าไม่มีอะไรเข้ามาเร้าความคิดเร่งอารมณ์เลยก็คงกำลังพูดโกหก เพราะแต่ละฤดูหนาว ( ในความคิดผม ) จะมาพร้อมกับลักษณะเฉพาะเสมอ

ไม่เพียงอุณหภูมิที่อาจสูงต่ำ หรือมีองค์ประกอบของรูปร่างของอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละปี

อาจเพราะมันมีเพียงปีละครั้ง และเราก็เติบโตขึ้นในแต่ละปี ซึ่งถ้าใครเกิดในช่วงเวลานี้ของปีก็คงนับอายุครบรอบในฤดูนี้ตามธรรมดาอยู่แล้ว

แต่สำหรับคนที่เกิดในฤดูอื่น ( อย่างผมเป็นต้น ) ผมว่า ก็อาจนับอายุจากจำนวน ‘หนาว’ ที่ผ่านมาได้เช่นกัน ( ซึ่งอาจทำให้อายุผิดเพี้ยนไปจากที่คุ้นเคยจากการเกิด ก่อน – หลังฤดูหนาว บ้างก็คงไม่เป็นไร )

และเพราะการเติบโตของเรากว่าจะมาถึงฤดูที่ความกดอากาศต่ำแผ่คลุมอีกครั้งนั้น ต้องเคลื่อนผ่านอะไรตั้งมากมายจากครั้งก่อน มันจึงไม่เพียงแค่ลักษณะทางกายภาพของอากาศที่ไม่เหมือนเดิม

แต่ลักษณะทางบุคลิกภาพของเราก็ได้เปลี่ยนไปด้วย ทั้งความคิดและจิตใจ เหมือนกันกับที่ในขณะที่โลกเปลี่ยนไป เราก็เปลี่ยนวิธีการมองโลก ( ที่เปลี่ยนไป ) ด้วย

เอาล่ะ แล้วไอ้ ‘สิ่ง’ ที่ผมบอกว่า เข้ามา ‘เร้าความคิดเร่งความรู้สึก’ ในหนาวนี้มันคืออะไรกันล่ะ ?

อืม...

 

ผมคงไม่ชี้ชัด แต่เดาว่าอาจเป็นเพราะ ‘บางคน’ ( some ones ไม่ใช่ someone )

‘บางคน’ ทำไมล่ะ ? คุณอาจถามขึ้นในใจอย่างเด็กที่ช่างซัก

ผมก็อาจตอบว่า ... อาจเพราะประสบการณ์จากยี่สิบห้าหนาวที่ผ่านมา ( จริงเหรอเนี่ย !!! … เป็นเพราะผมเกิดในต้นฤดูฝนหรอกนะ มันจึงนับได้ยี่สิบห้า ) ซึ่งหากจะนับกันจริงๆ คงเป็นจำนวนฤดูหนาวนับแต่ผมรู้จักที่จะรัก ( แบบหนุ่มสาว ) มากกว่า ( ว่าแต่ผมได้รู้จักมันแล้วหรือ ? )

ผมได้เรียนรู้ว่า อากาศที่หนาวเย็นลงอาจทำให้ ‘ใคร’ และ ‘ใคร’ มองเห็นอะไรได้ไม่ชัดเหมือนอย่างที่เคยเป็นในฤดูอื่น นอกจากนั้น ยังทำให้คนหลายคนคิดอะไรต่อมิอะไรอย่างไม่เป็นเหตุเป็นผลเอาเสียเลย เหมือนอย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในเรื่อง ‘บางคนชอบฤดูหนาว’ ว่า

“ ... เหมือนความคิดถูกแช่แข็งด้วยอารมณ์และความรู้สึก

ขณะที่เหตุผลลอยขึ้นสู่ฟ้าเบื้องบน … ”

มันจึงปรากฏในรูปของความผิดพลาดอันจะนำไปสู่โศกนาฏกรรมในท้ายที่สุด

 

…

 

‘การหลงรัก’ ฟังแล้วโรแมนติกอย่างยากจะเปรียบ

แต่ ‘การหลงว่ารัก’ ล่ะ ? ฟังแล้วรู้สึกอย่างไร ?

มันกลายเป็นความพรั่นพรึงได้อย่างไร ? ไม่ว่าจะเป็นการหลง(เข้าใจผิด)ว่าเรารักใคร หรือการหลง(เข้าใจผิด)ว่าใครรักเรา ก็ตาม

และเมื่อดวงแดดแสดเหลืองเรื่อรองเปลี่ยนไปเป็นดาวเดือดร้อนแดงกลางเดือนเมษายน

ก็พลันเหมือนสิ่งต่างๆมันชัดเจนไปหมด คล้ายพุทธิปัญญาฉายวาบขึ้นในกระบวนความคิด แม้แต่ที่เคยคล้ายตาบอดชั่วคราวเพราะความรักปลอมๆในเดือนกุมภาพันธ์ก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายเข้าใจ คิด และรู้สึกตรงกันมันก็คงไม่แย่เท่าไหร่ …

แต่ส่วนใหญ่กลับกลายเป็นว่า มักมีอยู่คนหนึ่งที่ต้องเสียใจเสมอ

คือ คนที่ดวงตาเบิกกว้างอย่างยิ่งในเดือนที่อากาศเหน็บหนาว

ในขณะที่ใครอีกคนหนึ่งเดินเข้ามา คนๆนั้นก็ยอมรับและมั่นใจในอารมณ์ที่ถาโถมกระแทกกระทั้น

จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่อีกฝ่ายบอกว่า

“มันไม่ใช่เลย … เขาหรือเธอเพียง ‘เข้าใจผิด’ ไป”

แล้ว(สิ่งที่คิดว่าเป็น)ความรักก็จบลงพร้อมกับอีกหนาวหนึ่งที่เพียงผ่านไป

 

…

 

 

     Share

<< < Don't tell who your dreams >ไกลถึงจันทร์ >>

Posted on Tue 2 Feb 2010 15:32

จำพี่ได้ไหม
@{kungzah}   
Thu 6 Oct 2011 15:43 [2]

จู่ๆ มาคิดถึงคุณTheMoon ไม่ได้เข้ามาอ่าน 3 ปีได้แล้ว ปานนี้คงเรียนจบ ทำงานแล้วใช่ไหม สบายดีนะเธอ...
ดี้   
Tue 19 Apr 2011 21:58 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh